DjVu SDK for .NET Framework

   คือ ชุดซอฟต์แวร์เพื่อนักพัฒนาโปรแกรมที่ต้องการใช้ความสามารถด้านการบีบอัดไฟล์เอกสารภาพ หรือ Images ที่มีนามสกุล .TIFF และ .Jpg เป็นต้น เพื่อให้ได้ขนาดไฟล์ผลลัพธ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดโดยที่คุณภาพของเอกสารยังคงใกล้เคียงกับต้นฉบับ คอมโพเนนท์ภายในชุดพัฒนานี้จะทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มของระบบปฏิบัติการวินโดว์เท่านั้น และมีความเข้ากันได้กับโปรแกรมภาษา C#.NET ทั้งที่ทำงานบน .Net framework 2, 3, 3.5 และ 4.0 สามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการแบบ 32 และ 64 บิต นักพัฒนาโปรแกรมที่อยู่บนฝั่งของ .Net Framework จึงมั่นใจได้ว่า เมื่อคุณได้รับชุดพัฒนาชุดนี้ไปแล้วจะใช้เวลาในการศึกษา ได้ในระยะเวลาอันสั้น

   ภายในชุดพัฒนานี้จะมีเอกสารให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งตัวอย่างการเรียกใช้ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจต่างๆมาให้ด้วย หรือหากนักพัฒนามีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถดูคู่มือออนไลน์ได้ที่ https://dev.caminova.jp/sdk/pages.html หรือ สามารถเมล์ถามตรงไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้ที่ support@caminova.net จริงๆแล้วชุดพัฒนาโปรแกรม DjVU นี้จะมีไลบรารี่ทั้งแบบ C++, C# เพื่อให้รองรับกับระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้งานอยู่ 3 ระบบด้วยกัน คือ Microsoft Windows, Macintosh และ Unix ก็สุดแล้วแต่ว่านักพัฒนาที่มีความสนใจที่จำใช้งานคุณสมบัติการบีบอัดไฟล์ของ DjVu นี้ไปใช้งานในภาษาโปรแกรม และแพลตฟอร์มที่ตนเองถนัด และ ณ ปัจจุบัน การบีบอัดข้อมูลรูปภาพก็ได้พัฒนาให้สามารถไปอยู่ในแพลตฟอร์มที่ใช้งานบนอุปกรณ์พกพาต่างๆ เข่น โทรศัพท์ ได้แล้ว

เมื่อนำ DjVu SDK มาใช้งานจะได้ประโยชน์อย่างไร

   หากองค์กรธุรกิจใด ได้เคยสแกนเอกสารและบันทึกไฟล์ที่ได้จากการสแกนเหล่านั้นให้เป็นนามสกุล TIFF ก็ดี หรือ PDF ก็ดี จะทราบดีว่าการเกิดขึ้นแต่ละไฟล์ก็คือ พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ก็จะถูกใช้ไปเพื่อเก็บรักษาไฟล์เอกสารเหล่านั้น ยิ่งนานวันๆเข้าก็ยิ่งต้องมีการเพิ่มพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เพื่อใช้เก็บไฟล์นานไปตามอายุของเอกสาร และหากว่าองค์กรมีการสแกนเอกสารในโหมด “สี” ด้วยแล้ว ยิ่งจะกระทบต่อพื้นที่ในการจัดเก็บแน่นอน เพราะขนาดของไฟล์เอกสารที่ถูกสแกนเก็บเป็นภาพสีนั้นจะมีขนาดใหญ่ระดับเมกะไบต์ขึ้นไป โดยค่าตัวเลขปกติที่เคยทดสอบมา หากคุณได้ลองสแกนเอกสารทึ่ความละเอียด 400 จุดต่อนิ้ว เลือกสแกนแบบ สี 24 บิต กับเอกสารที่มีขนาด A4 เพียง 1 แผ่น เมื่อบันทึกไฟล์นั้นออกมาเป็นไฟล์นามสกุล

  • TIFF แบบไม่ถูกแบบอัดเลย หรือ No Compression ขนาดของไฟล์จะมีขนาดประมาณ 40 เมกะไบต์
  • PDF แบบเป็น Image PDF ขนาดของไฟล์จะมีขนาดประมาณ 1.5 เมกะไบต์
  • JPG ขนาดของไฟล์จะมีขนาดประมาณ 1.5 เมกะไบต์
  • DjVu ขนาดของไฟล์จะมีขนาดประมาณ 100 กิโลไบต์

   นี้คือตัววัดเพียง 1 แผ่นเท่านั้น ในความเป็นจริงหรือสถานการณ์จริงคงต้องเก็บมากกว่า 1แผ่นต่อ1ไฟล์ภาพเอกสารแน่นอน ซึ่งก็เป็นภาระของผู้ดูแลระบบที่ต้องเตรียมพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ที่เกิดจากการสแกนเหล่านี้ให้เพียงพอ แต่ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์เอกสารภาพของ DjVU นี้ จะทำให้จากไฟล์ขนาดเป็นเมกะไบต์ ลดลงมาเหลือเพียงไม่กี่กิโลไบต์เท่านั้น และคุณภาพของเอกสารก็ยังมีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากๆอีกด้วย

   ปัญหาเรื่องความใหญ่ของขนาดไฟล์ที่ส่งผลกระทบต่อการเตรียมพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้เพียงพอต่อเอกสารที่ถูกสแกนเข้ามาในแต่ละวันแล้ว ไฟล์เอกสารที่อยู่บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์นั้น ก็จะต้องมีการสืบค้น เพื่อเรียกเปิด หรือ เรียกขึ้นมาแก้ไข จากเครื่องลูกข่ายทั้งแบบเรียกโดยตรงผ่านทาง Windows Explore หรือ เรียกผ่านระบบโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ในการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกติดปากว่าระบบ e-Document ปัญหาที่จะตามมาก็คือ เรื่องของความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลภายในเครือข่ายจะช้าลง เพราะด้วยการเข้าถึงไฟล์เอกสารภาพเหล่านี้จากเครื่องลูกข่ายภายในองค์กรอยู่อย่างตลอดเวลา ถึงแม้ว่าองค์กรจะมีเครื่องมือเพื่อช่วยกำหนดความสำคัญของงาน หรือ เซอร์วิสต่างๆที่วิ่งภายในเครือข่ายอยู่แล้ว แต่ก็จะดีกว่าหรือไม่ หากว่าไฟล์ต้นทางก่อนที่จะถูกส่งผ่านเข้าไปในเครือข่ายมีขนาดเล็ก หรือขนาดที่เหมาะสม ที่ไม่ไปรบกวน โปรแกรม หรือเซอร์วิสที่สำคัญกว่าที่กำลังวิ่งอยู่ภายในเครือข่าย และประโยชน์ก็จะตกไปที่ฝั่งเครื่องลูกข่ายอย่างเห็นได้ชัด คือ เปิดไฟล์เอกสารภาพได้เร็วขึ้น หากเทียบกับการเก็บไฟล์แบบ PDF หรือ TIFF (จะเห็นความต่างที่ขัดเจน หากไฟล์ที่ว่าเป็นเอกสารสี)

คุณสมบัติของ DjVU SDK (Caminova DjVu SDK 3.0.30658)

  • มีตัวจัดการประมวลผลภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆของ DjVu SDK  ทำงานบนฐานเทคโนโลยีของ PixelLive  ตัวจัดการการถอดรหัสไฟล์ หรือ Decode ณ เวอร์ชั่นนี้ก็มีความสามารถในการใช้ SSE2/3 ด้วย
  • SDK นี้ได้รวมเอาความสามารถในการบีบอัดไฟล์เอกสารภาพและบันทึกให้เป็นไฟล์นามสกุล DjVu หรือ หากนักพัฒนาต้องการไฟล์นามสกุล PDF ก็สามารถสร้างออกมาจากชุด DjVu SDK นี้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมักจะเรียการสร้างไฟล์ PDF ด้วยชุด SDK นี้ว่า High-compression PDF เห็นได้ว่าตัวเข้ารหัสไฟล์ หรือ encoder ของทั้งแบบ DjVU และ PDF จะถูกใช้งานเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องไปศึกษาการบีบอัดไฟล์ให้อยู่ในรูปของ PDF ที่แหล่งอื่นๆ แถมยังได้ขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า PDF ทั่วๆไปอีกด้วย
  • กำหนดรหัสผ่านแนบติดไปกับไฟล์ได้ หรือ ที่นิยมเรียกว่า การกำหนดความปลอดภัยของไฟล์ ภายในชุดคำสั่งของ DjVU SDK อนุญาตให้นักพัฒนากำหนดความปลอดภัยให้กับไฟล์ผลลัพธ์ได้ เช่น ต้องใส่รหัสผ่านก่อนจึงจะเปิดไฟล์ได้ หรือ กำหนดระยะเวลาการมีชีวิตของไฟล์เอกสารนั้นๆได้ว่าจะให้ไม่สามารถเปิดได้อีกเมื่อวันไหนมาถึง เป็นต้น
  • ปัจจุบันการเข้ารหัส และ ถอดรหัสไฟล์จะดำเนินการภายในหน่วยความจำ ซึ่งทำให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึง และจัดการหน่วยความจำเหล่านี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • มี Wrapper ของ .NET2.0 และ .NET4.0 ที่ชื่อว่า DjUV# เป็นตัวเลือกให้ใช้งานได้ทันที ทำให้นักพัฒนาสามารถเข้าใช้งานชุดคำสั่งทั้งหมดจบน C++ SDK ด้วยการทำงานบนโปรแกรมภาษา C# หรือ Visual Basic .NET หรือ แม้กระทั่งการโค้ดบน PowerShell ก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • ออกแบบและ จัดการโครงสร้างของคลาสใหม่ทั้งหมด ปลอดภัยมากขึ้นการพยายามแฮกข้อมูลที่มักเกิดขึ้นในเวอร์ชั่นเก่าๆของ DjVU SDK